วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา
7/22/2010 11:29:30 PM

วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

วันอาสาฬหบูชา
       วันอาสาฬหบูชา หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน อาสาฬหะ คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ (ประมาณเดือนกรกฎาคมหรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ หลังในปีที่มีอธิกมาส (เดือน    ๘ มี ๒ เดือน)    ซึ่งมีการบูชาเป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ตรงกับวันท พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ปฐมเทศนา คือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร    ซึ่งเป็นเทศนากัณฑ์แรก             

ความสำคัญ

วันอาสาฬหาบูชา  (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘) มีเหตุการณ์ สำคัญเกิดขึ้น สรุปได้  ๔  ประการ  คือ

1.เป็นวันแรกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา
2. เป็นวันแรกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตรและฤาษีโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมแล้วทูลขอบวช
3. เป็นวันแรกที่พระสงฆ์สาวกเกิดขึ้นในโลก คือ ฤาษีโกณฑัญญะ
  ได้บวชเป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา
4. เป็นวันแรกที่มีพระรัตนตรัยครบบริบูรณ์

วันเข้าพรรษา
   วันเข้าพรรษา หมายถึง วันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ    แห่งใดแห่งหนึ่ง     ตลอดระยะเวลาที่ฤดูฝนมีกำหนด   ๓ เดือน      ตามพระวินัยบัญญัติและไม่ไปค้างแรมที่อื่น    โดยทั่วไป เรียกกันว่า จำพรรษา        
ความสำคัญ
       ชาวไทย ได้ประกอบพิธีทางศาสนาเนื่องในวันเข้าพรรษา มาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ซึ่งมีทั้ง   พิธีหลวง และ พิธีราษฎร กิจกรรมที่กระทำก็มีการเตรียมเสนาสนะให้อยู่ในสภาพที่ดี สำหรับ จะได้จำพรรษาอยู่ตลอด ๓ เดือน  สำหรับเทียนพรรษาจะมีการ  แห่เทียน  ไปยังพระอารามทั้งทางบกและทางน้ำตามแต่หนทางที่ไปจะอำนวยให้เพื่อนำเทียนเข้าไปตั้งในพระอุโบสถหรือพระวิหาร แล้วก็จะจุดเทียนเพื่อบูชาพระรัตนตรัย  
สำหรับการปฏิบัติอื่น ๆ ก็จะมีการถวาย  ผ้าอาบน้ำฝน การอธิษฐานตนว่าจะประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในกรอบของศีลห้า ศีลแปด  ฟังเทศน์ฟังธรรม  ตามระยะเวลาที่กำหนดโดยเคร่งครัดตามกำลังศรัทธา และขีดความสามารถของตนนับว่าวันเข้าพรรษาเป็นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชนจะได้ประพฤติปฏิบัติตนในวิถีชีวิต ของชาวพุทธให้เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง         
ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ณ วัดใกล้บ้านพร้อมทั้งขอเชิญชวนเข้าร่วมพิธีหล่อเทียนและถวายต้นเทียนพรรษาในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา
ผลที่ได้รับจากการประกอบพิธีกรรมในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา
   พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนากับสมาชิกในครอบครัวอย่างอบอุ่น โดยใช้หลักธรรม ทางพระพุทธศาสนากล่อมเกลาจิตใจให้เกิดความสุขสงบ ร่มเย็น เป็นผลให้อยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความสามัคคีและสันติสุขอย่างยั่งยืน